ต้อลม
ต้อลม (Pinguecula)
เป็นโรคที่เกิดจากการถูกลมโกรกตาเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งลมในที่นี้จะหอบเอาฝุ่นละออง ไอความร้อน และรังสีอัลตราไวโอเลตติดมากระทบตาด้วย เมื่อเกิดติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ ก็จะเป็นผลทำให้เนื้อเยื่อที่ถูกกระทบเป็นก้อนนูนขึ้นมาบนเยื่อตาขาวใกล้ ๆ กับขอบตาดำ วันดีคืนดีก็อาจเกิดการอักเสบได้ และหากไม่ได้รับการป้องกันอย่างถูกต้องอาจมีการลุกลามขยายขนาดใหญ่ขึ้นกลายเป็นแผ่นเนื้อยื่นเข้ามาในบริเวณตาดำได้ เรียกว่า “ ต้อเนื้อ ” โรคนี้แม้จะไม่หายขาด แต่ก็ไม่มีอันตรายร้ายแรงอะไร จึงเบาใจได้
ต้อลมเป็นโรคที่พบได้บ่อยจนเกือบจะเรียกว่าเป็นโรคประจำตาของคนที่ค่อนข้างมีอายุ และแทบจะไม่พบโรคนี้เลยในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 10 ปี บางคนจึงเรียกโรคนี้ว่า “ โรคตากร้านลม กร้านแดด ” เนื่องจากเป็นโรคที่มักเกิดในคนที่ผ่านโลกมายาวนานพอสมควร มิฉะนั้นคงไม่ “ กร้าน ” เป็นแน่
หมายเหตุ : หากเนื้องอกอยู่เฉพาะในส่วนที่เป็นตาขาวจะเรียกว่า “ ต้อลม ” แต่หากเนื้องอกจากตาขาวลามเข้าไปในตาดำจะเรียกว่า “ ต้อเนื้อ ”
สาเหตุของโรคต้อลม
ต้อลมเป็นการเสื่อมของเยื่อบุตาขาวที่พบได้บ่อย ไม่ใช่เนื้องอกหรือมะเร็ง สามารถพบเกิดได้กับแทบทุกคนที่มีความไวต่อมลภาวะหรือสิ่งแวดล้อมที่อาศัยอยู่ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับอาหารการกินแต่อย่างใด เพราะมีผู้ป่วยหลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นโรคนี้แล้วต้องงดการรับประทานอาหารบางอย่าง เช่น เนื้อวัว ของทะเล ปลาร้า ของหมักดอง เห็ดโคน ฯลฯ ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่
สำหรับสาเหตุการเกิดที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พบว่ามลภาวะเหล่านี้ที่ตากระทบอยู่เป็นเวลานานเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคนี้ ได้แก่
1. ลม
ลมในที่นี้หมายถึงลมที่พัดไปมาในอากาศรอบตัวเรานี่แหละครับที่พัดโกรกตาเราบ่อย ๆ โดยเฉพาะลมที่ค่อนข้างร้อนและแห้งแล้ง ในพื้นที่ที่แห้งแล้งกันดารหรือที่ราบสูง เช่น ในประเทศไทย ศรีลังกา ฟิลิปปินส์ เป็นต้น ส่วนลมที่มาจากพัดลมตั้งโต๊ะ พัดลมเพดาน หรือลมจากเครื่องปรับอากาศนั้นไม่ค่อยเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคต้อลมครับ
2. ฝุ่น ควัน สารเคมี และมลพิษทางอากาศ
โดยเฉพาะฝุ่นละอองที่ปลิวอยู่ในอากาศ ฝุ่นจากพื้นถนนหรือจากพื้นที่แห้งแล้ง หรือฝุ่นควันจากท่อไอเสียรถที่เข้าตาบ่อย ๆ และมักจะมากับลมในข้อแรกเสมอ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคต้อลมได้ โดยฝุ่นที่ลอยอยู่ในอากาศปกตินั้นจะไม่รุนแรงเท่าฝุ่นที่มีความเร็วจากลมหรือจากการที่เข้าไปสัมผัสฝุ่นด้วยเร็ว เช่น ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านบริเวณที่มีฝุ่นมาก ๆ ถ้าสังเกตก็จะพบว่า ในประเทศที่พัฒนาแล้วจะพบคนเป็นโรคต้อลมน้อยมาก เพราะบ้านเขาจะไม่ค่อยมีฝุ่นตามท้องถนนเหมือนอย่างบ้านเรา ยิ่งในต่างจังหวัดด้วยแล้วแทบจะถือว่าฝุ่นจากถนนเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดเลยก็ว่าได้
3. แสงแดด
ในที่นี้หมายถึงแสงแดดที่ค่อนข้างรุนแรงที่มีรังสีอัลตราไวโอเลตอยู่ด้วย โดยเฉพาะในช่วงเวลาตั้งแต่ 9 โมงเช้าจนถึงบ่าย 3 โมงเย็น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คนในประเทศเขตร้อนเป็นโรคต้อลม-ต้อเนื้อกันมาก
4. ความร้อนหรือไอร้อนทั้งหลาย
ได้แก่ ความร้อนจากแสงแดด ความร้อนจากเตาไฟ ความร้อนจากสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่เกิดจากอะไรก็ตาม ล้วนแต่มีผลทำให้เกิดโรคต้อลมได้ทั้งสิ้น แต่ที่สำคัญมากที่สุด คือ ความร้อนจากแสงแดด ซึ่งคนที่อยู่กลางแดดนานเป็นวัน ๆ เช่น ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ชาวประมง คนงานก่อสร้าง นักกีฬากลางแจ้ง เป็นต้น ก็จะยิ่งมีโอกาสเป็นโรคต้อลมได้ง่าย
5. โรคตาแห้ง เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจทำให้เกิดโรคต้อลมได้
6. ไม่ทราบสาเหตุ
มีผู้ป่วยบางรายที่ไม่เคยสัมผัสกับสาเหตุดังกล่าวข้างต้นเลย คือ ไม่เคยทำงานกลางแจ้ง ไม่เคยขี่มอเตอร์ไซค์ ไม่เคยถูกฝุ่น นั่งทำงานอยู่ในห้องแอร์ตลอดทั้งวัน อายุเพียงยี่สิบต้น ๆ แต่ก็ยังเป็นโรคต้อลมได้ ซึ่งในผู้ป่วยกลุ่มนี้เราเชื่อว่ามีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากพ่อแม่ปู่ย่าตาทวดที่เป็นโรคนี้เช่นเดียวกับโรคต้อเนื้อ
อาการของโรคต้อลม
 |
| ต้อลม |
- ต้อลมจะมีลักษณะเป็นก้อนนูนเล็กน้อยสีเหลืองอ่อน (ขาวเหลือง) ขนาดประมาณเท่าหัวไม้ขีดไฟ ซึ่งจะพบอยู่บนเยื่อตาขาวใกล้ ๆ กับขอบตาดำบริเวณทางด้านหัวตาหรือหางตา โดยมากมักจะพบบริเวณทางด้านหัวตามากกว่าหางตา (เพราะส่วนของหัวตาเป็นส่วนที่มีโอกาสกระทบกับสาเหตุต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดโรคต้อลมได้นั่นเอง และจะไม่พบก้อนนูนสีเหลืองอ่อนของโรคนี้ที่บริเวณด้านบนหรือด้านล่างของขอบตาดำเป็นอันขาด) มีส่วนน้อยอาจพบที่หางตา โดยก้อนสีเหลืองอ่อนที่ว่านี้เมื่อนำมาตัดออกไปส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์จะเห็นเป็นชิ้นเนื้อเยื่อพังผืดยืดหยุ่น (Hyaline and Elastic tissue) เท่านั้น จึงทำให้มันสามารถขยายขนาดได้ถ้าถูกกระตุ้นด้วยสาเหตุที่กล่าวมาบ่อย ๆ (ต้อลมอาจเป็นกับตาเพียงตาเดียวและด้านเดียว คือ ด้านหัวตาหรือหาง แต่ผู้ป่วยบางรายก็เป็นต้อลมทั้งสองตา หรือเป็นทั้งด้านหัวตาและหางตา ซึ่งจะสังเกตได้ง่ายมากในตาของคนที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป ที่จะเห็นเป็นก้อนนูนสีเหลืองอ่อนที่ขอบตาดำ ขนาดเล็ก ใหญ่ มากน้อยแตกต่างกันไป)
 |
| ต้อลมอักเสบ |
- โดยทั่วไปผู้ป่วยที่เป็นต้อลมจะไม่มีอาการผิดปกติอะไรเช่นเดียวกับต้อเนื้อ โดยจะเป็นเพียงก้อนสีเหลืองอ่อนสงบนิ่งที่ขอบของตาดำเท่านั้น แต่บางรายอาจมีเส้นเลือดฝอยมาหล่อเลี้ยงมากผิดปกติ ทำให้เห็นเป็นปื้นเนื้อเยื่อชัดเจนได้ ถ้าเกิดการอักเสบ
- ถ้าถูกลม ถูกฝุ่นมาก ๆ และรุนแรง ประกอบกับร่างกายอ่อนเพลียความต้านทานลดลง ก็อาจทำให้เกิดอาการอักเสบที่ต้อลมนี้ได้ ซึ่งจะทำให้เห็นเป็นก้อนสีเหลืองอ่อนนูนสูงขึ้นอย่างชัดเจน และรอบ ๆ จะมีสีแดงของเส้นเลือดฝอยมาหล่อเลี้ยงมากผิดปกติ ผู้ป่วยจะมีอาการระคายเคืองตา ตาแดง น้ำตาไหล เจ็บเล็กน้อย และอาจมีขี้ตาออกมาบ้างตอนตื่นนอนตอนเช้า
ภาวะแทรกซ้อนของโรคต้อลม
หากปล่อยทิ้งไว้และไม่ได้ป้องกัน ต้อลมจะลุกลามไปที่เนื้อ เข้าชิดตาดำกลายเป็นต้อเนื้อต่อไป แต่ก็ไม่ใช่มะเร็งและจะไม่สามารถเปลี่ยนไปเป็นมะเร็งได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น